Coffee Press Thailand

  • No products in the cart.

Blog

Coffee Press / Life  / คำศัพท์วงการกาแฟที่มืออาชีพต้องรู้! หมวดที่ 4 วิธีการทำกาแฟ
คำศัพท์วิธีการทำกาแฟ

คำศัพท์วงการกาแฟที่มืออาชีพต้องรู้! หมวดที่ 4 วิธีการทำกาแฟ

ผ่านกันไปหลายหมวดแล้วนะครับ สำหรับคำศัพท์วงการกาแฟที่มืออาชีพต้องรู้ ตอนนี้เราเดินทางมาถึงบทสุดท้าย แอดมินเชื่อว่าคงจะไม่ครบเครื่องนะครับ ถ้าหากยังขาดวิธีการทำกาแฟใช่มั้ยครับ แอดมินรวบรวมวิธีการชง, อุปกรณ์ รวมไปถึงชื่อแบรนด์และราคาที่เป็นที่นิยมในท้องตลาดมาคร่าวๆ นะครับ

คำศัพท์เกี่ยวกับการสกัดกาแฟ

Coffee Extraction
  • Extraction: การสกัดกาแฟ
  • Yield: เปอร์เซ็นต์ที่สกัดกาแฟออกมาได้
  • Over Extraction: การสกัดกาแฟออกมามากเกินไป ทำให้น้ำกาแฟมีความเข้มข้นเกินไปและอาจมีกลิ่นไหม้ตามมา ถือว่าาได้ yield ที่สูงเกินไป
  • Under Extraction: การสกัดกาแฟที่น้อยเกินไป ทำให้น้ำกาแฟมีความใสกว่าที่ควรจะเป็น และอาจมีกลิ่นเขียวเหมือนไม่สุกตามออกมา ถือว่าได้ yield ที่ต่ำเกินไป
  • Perfect Extraction: การสกัดกาแฟได้ระดับสมบูรณ์แบบตามที่ต้องการ (หลายคนอาจจะบอกว่าให้ใช้เวลาเป็นตัววัด แต่สำหรับแอดมินกาแฟแต่ละตัวมีความอร่อยที่จุดต่างกันครับ จึงต้องลองทำและชิมดูเรื่อยๆ จนกว่าจะเจอจุดที่ใช่สำหรับเมล็ดนั้นๆ ครับ)
  • Slow Bar: วิธีการทำกาแฟที่ใช้เวลานาน อาทิเช่น Drip, French Press, Pot Coffee, Syphon นั่นเองครับ
  • Speed Bar: วิธีการทำกาแฟที่ใช้แรงดันมาเป็นตัวช่วย นั่นคือเครื่องเอสเพรสโซ่นั่นเองครับ
  • Ratio: สัดส่วนระหว่างกาแฟกับวัตถุดิบอื่น เช่นน้ำหรือนม
  • Stream Milk: การทำฟองนม Micro foam ด้วยแรงดันไอน้ำ
  • Pressure: แรงดันไอน้ำ โดยระดับแรงดันที่เป็นที่ยอมรับว่าดีที่สุดใสการสกัดกาแฟจะอยู่ที่ประมาณ 8-9 บาร์
  • Tamping : การกดกาแฟบดก่อนการกลั่นกาแฟ เป็นขั้นตอนในการทำเอสเพรซโซ่ตามร้านกาแฟ ที่ใช้กับเครื่องเอสเพรซโซ่รุ่นใหญ่ เพื่อป้องกันไม่ให้มีโพรงอากาศมากเกินไป เมื่อน้ำแรงดันสูงผ่านโพรงอากาศมากๆ กาแฟจะรสชาติไม่น่ารักสักเท่าไหร่ครับ เพราะมันจะออกเปรี้ยว เนื่องจากการสกัดกาแฟที่ไม่สม่ำเสมอกันนั่นเองครับ ฉะนั้นการกดกาแฟจึงเป็นการไล่อากาศและมีความสำคัญต่อการทำกาแฟทุกแก้วครับ
Tamping-Coffee

คำศัพท์เกี่ยวกับประเภทการชงกาแฟ

  • Filter Coffee: การชงกาแฟโดยมีการใช้ที่กรองมาเกี่ยวข้อง เช่น กาแฟดริปสามารถเรียกว่าเป็น Filter Coffee ได้
  • Cold Brew: การทำกาแฟสกัดเย็น โดยใช้น้ำเย็นหรือน้ำอุณหภูมิห้องในการแช่หรือไหลผ่านผงกาแฟเป็นเวลานานกว่า 12-18 ชั่วโมงเพื่อสกัดกาแฟออกมาโดยไม่ใช้ความร้อน

Syphon Coffee: วิธีการทำกาแฟแบบ Slow Bar ที่ใช้อุปกรณ์หน้าตาคล้ายหลุดมาจากห้องทดลองวิทยาศาตร์โดยการใช้หลักการของสูญญากาศเข้ามาในการสกัดกาแฟ ใช้เวลาประมาณ 3-5 นาที ผลลัพธ์ได้เป็นกาแฟดำที่มีบอดี้กลางๆ

Syphon Coffee
  • French Press: วิธีการทำกาแฟแบบ Slow Bar ที่ใช้หลักการแช่น้ำร้อนในกาแฟเพื่อสกัดกาแฟ แล้วตอนสุดท้ายเพิ่มแรงดันเล็กน้อยด้วยตัว Filter ของเครื่อง French Press ผลลัพธ์จะได้กาแฟดำที่จะมี Body ที่และความเข้มที่มากกว่า Syphon
French Press
  • Pour Over/ Drip Coffee: การทำกาแฟสุดยอดนิยมของ Slow Bar ในปัจจุบัน ใช้เมล็ดกาแฟวางบนแผ่นกรองแล้วใช้กาน้ำปากเล็กในการเทน้ำร้อนลงไปบนกาแฟนั้น กาแฟที่ได้จะมีความเป็นธรรมชาติสูงและสะอาดมาก นิยมใช้กับกาแฟเกรด Specialty
Pour Over Drip Coffee

คำศัพท์เกี่ยวกับอุปกรณ์การทำกาแฟ

  • Espresso Machine: เครื่องกาแฟที่ใช้ความร้อนและแรงดันมาสกัดกาแฟ สามารถทำกาแฟได้อย่างรวดเร็วและสามารถนำกาแฟที่ได้ไปผสมตามสูตรต่อไป และแรงดันในเครื่องยังสามารถนำมาใช้ทำฟองนมร้อนได้ด้วย ราคาเริ่มต้นที่หลักพันจนถึงหลักเกือบล้านบาทครับ
  • Grinder: เครื่องบดเมล็ดกาแฟ สิ่งนี้หลายคนอาจจะมองข้ามไปนะครับแต่ว่ากาแฟอร่อยหรือไม่อร่อยขึ้นอยู่กับเครื่องบดนี้แหละครับที่เป็นสำคัญ ราคาเริ่มต้นที่หลักพันจนถึงหลักแสน
  • Hario V60: อุปกรณ์ดริปยี่ห้อ Hario V60 เป็นที่นิยมอันดับต้นๆ สำหรับการทำกาแฟดริป (สามารถปรับรสชาติตามความต้องการได้ ซึ่งอาจจะควบคุมยากสักเล็กน้อยสำหรับผู้ที่ยังไม่ชำนาญ)
  • Kalita Wave: อุปกรณ์ดริปกาแฟยี่ห้อ Kalita รุ่น Wave เป็นที่นิยมเช่นกันสำหรับการทำกาแฟดริป (หลายคนให้ความเห็นว่ารสชาติเสถียรและชงง่ายกว่า Hario V60 แต่การปรับแต่งรสชาติจะมีข้อจำกัดมากกว่า)
Molka Pot
  • Moka Pot: ม่อคค่าพอท เป็นอุปกรณ์การทำกาแฟที่ให้ต้องวางบนเตาที่ให้ความร้อนหลังจากนั้นเมื่อน้ำร้อนจะเกิดแรงดันเข้าไปสกัดกับกาแฟครับ โดยรสชาติจะคล้ายกับ Espresso มีความเข้มข้นสูง สามารถนำไปผสมน้ำร้อนหรือเติมส่วนผสมอื่นเพื่อรังสรรค์เป็นเมนูอื่นครับ
  • Lamarzocco Espresso Machine: เครื่องกาแฟเอสเพรสโซ่ แบรนด์ลามาซอคโก้ผลิตในประเทศอิตาลี ถือว่าเป็นเครื่องระดับสูงสำหรับอุปกรณ์กาแฟ นิยมใช้ตามร้านกาแฟใหญ่ๆ และถือว่าเป็นแบรนด์ไฮเอนด์ที่ได้รับความนิยมสูงที่สุดครับ สนนราคาเครื่องที่ใช้ในร้านกาแฟเริ่มตั้งแต่ประมาณ 300,000 ถึง เกือบล้านบาท เหมาะกับการใช้งานปริมาณมากหลายร้อยแก้วต่อวัน
  • Slayer Espresso Machine: เครื่องกาแฟเอสเพรสโซ่ ระดับไฮเอนด์จากประเทศสหรัฐอเมริกา ที่มีรูปลักษณ์ที่สวยงามเรียบๆ สามารถสกัดกาแฟเอสเพรสโซ่และสตรีมนมได้อย่างยอดเยี่ยม ราคาอยู่ที่ประมาณ 400,000 ถึงหลักล้านบาท เหมาะกับบาริสต้ารุ่นใหญ่ (และแน่นอนว่าเงินเหลือเยอะครับ)
  • Synesso Espresso Machine: เครื่องกาแฟเอสเพรสโซ่จากอเมริการะดับไฮเอนด์อีกแบรนด์หนึ่ง มีจุดเด่นในเรื่องความเสถียรของอุณหภูมิน้ำทำให้สามารถสกัดกาแฟเอสเพรสโซ่และสตรีมนมได้อย่างยอดเยี่ยมและต่อเนื่อง ราคาอยู่ที่ประมาณ 400,000 ถึงหลักล้านบาท เหมาะกับร้านกาแฟไฮเอนด์ที่เบื่อ Lamarzocco มีปริมาณในการทำต่อวันที่มาก (และแน่นอนว่าเงินเหลือเยอะครับ)
  • Keen Van der Westin Espresso Machine: เครื่องกาแฟเอสเพรสโซ่ ระดับไฮเอนด์จากประเทศเนเธอร์แลนด์ที่มีรูปลักษณ์ที่ดูล้ำสมัยสวยงาม สามารถสกัดกาแฟเอสเพรสโซ่และสตรีมนมได้อย่างยอดเยี่ยม ราคาอยู่ที่ประมาณ 400,000 ถึงหลักล้านบาท เหมาะมากกับบาริสต้าสุดแนวที่ต้องการให้บาร์ของตนเด่นเหนือใคร
  • Mahlkonig Grinder: เครื่องบดเมล็ดกาแฟ Mahlkonig โดยเฉพาะรุ่น EK43 ที่ถือว่าเป็น King of Grinder โดยส่วนตัวมีความเห็นว่าเหมาะมากๆ สำหรับการทำกาแฟดริป หรือการบดหยาบ แต่ไม่เหมาะสำหรับเครื่อง Espresso เท่าที่ควรเนื่องจากความสะดวกที่น้อยกว่าเครื่องบด Espresso ปัจจุบันแทบจะเป็นสัญลักษณ์ของร้าน Specialty ที่ต้องมี Mahlkonig EK43 (จะได้ใช้ ไม่ได้ใช้ก็แล้วแต่นะครับ แต่หลายร้านมีไว้อุ่นใจกว่า) สำหรับราคาก็หลักแสนต้นๆ ครับ
  • Mezzer Grinder: เครื่องบดเมล็ดกาแฟที่ได้รับการยอมรับในเรื่องคุณภาพจากทั่วโลก มีหลายรุ่นที่เหมาะกับร้านกาแฟ และบางรุ่นเหมาะกับเครื่อง Espresso และบางรุ่นเหมาะกับการดริป สำหรับราคาอยู่ที่ประมาณ 3 หมื่นถึงแสนกว่าๆ ครับ
  • Coffee Press Automatic Coffee Machine: (อันนี้แอดมินขอเพิ่มเข้ามาใน List เป็นพิเศษเนื่องทำงานอยู่ในบริษัทเครื่องกาแฟ Coffee Press นี้เองครับ ^^) ซึ่ง Coffee Press เป็นเครื่องกาแฟอัตโนมัติ (Fully Automatic Coffee Machine) ที่จำลองการทำงานของเครื่อง Espresso Machine และรวมเครื่องบดเมล็ดกาแฟเข้ามาไว้ในตัวเครื่องเรียบร้อย โดยการทำงานก็เพียงแค่เติมน้ำ เติมเมล็ดกแฟ และกดเมนูที่ต้องการจากบนหน้าจอเพียงเท่านั้นครับ ได้รับมาตรฐาน TUV Rhienland จากประเทศเยอรมัน สนนราคาอยู่ที่ 18,900 บาท ถึง 32,500 บาทครับ
Coffee Press

เป็นไงกันบ้างครับสำหรับสารานุกรมกาแฟในแบบฉบับของผมเอง ที่ผมรวบรวมคำที่ใช้บ่อยๆ ส่วนตัวคิดว่าถ้าเข้าใจและจำคำศัพท์ทั้งหมดนี้ได้ คุณก็เป็นเซียนกาแฟคนหนึ่งไม่แพ้บาริสต้าอาชีพเลยนะครับ
ถ้าหากคุณชอบบทความนี้ อย่าลืมกด Like และ Follow เพจ COFFEE PRESS ของเรานะครับ ทางเราจะมีบทความดีๆ ที่น่าสนใจสำหรับโลกกาแฟแบบนี้มาให้คุณเรื่อยๆ ครับ

ส่วนสุดท้ายนี้นี้แอดมินขอเขียนโปรโมทอย่างไม่อ้อมค้อมนะครับ “ถ้าหากคุณหาเครื่องกาแฟอัตโนมัติที่ใช้งานได้ง่ายมากๆ ดูแลทำความสะอาดง่ายเพียงกดปุ่มสั่งการ ทำกาแฟสดได้รสชาติดีและสม่ำเสมอในทุกแก้ว สามารถใช้ในร้านค้า, สำนักงาน, หรือที่บ้านก็ได้ครับ เครื่องกาแฟอัตโนมัติ COFFEE PRESS คือคำตอบของคุณครับ” สนใจคลิกดูข้อมูลเพิ่มเติมหรือติดต่อพนักงานได้เลยครับ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

No Comments

Post a Comment