Coffee Press Thailand

  • No products in the cart.
  • No products in the cart.
  • No products in the cart.

Blog

Coffee Press / Life  / เปรียบเทียบชัดๆ เครื่องชงกาแฟสำหรับใช้ในบ้าน: แคปซูล, เอสเพรสโซ่, และระบบอัตโนมัติ แบบไหนที่ใช่สำหรับคุณ

เปรียบเทียบชัดๆ เครื่องชงกาแฟสำหรับใช้ในบ้าน: แคปซูล, เอสเพรสโซ่, และระบบอัตโนมัติ แบบไหนที่ใช่สำหรับคุณ

ปัจจุบันกระแสการทำกาแฟดื่มเองจากที่บ้านหรือที่ทำงานเป็นที่นิยมเพิ่มมากขึ้นมากนะครับ อาจเป็นเพราะการซื้อกาแฟจากร้านมาดื่มทุกวัน มันช่างเปลืองเงินเหลือเกิน (หลายคนเสียเงินให้ค่ากาแฟหลายพันต่อเดือนกันเลยทีเดียวครับ) แถมยังเสียเวลาในการเดินทางอีก จึงเป็นที่มาของการซื้อเครื่องชงกาแฟกันมาไว้ที่บ้านหรือออฟฟิศกันนะครับ

ซึ่งเครื่องชงกาแฟที่เป็นที่นิยมใช้กันในบ้านหรือออฟฟิศในปัจจุบันก็จะมีอยู่  3 ระบบ คือ

– เครื่อชงกาแฟแคปซูล(Capsule)

– เครื่องชงกาแฟเอสเพรสโซ่ (Espresso Machine)

– เครื่องชงกาแฟอัตโนมัติ (Fully Automatic Coffee Machine)

วันนี้เราจะมาดูระบบการทำงานและข้อดีข้อเสียของแต่ละแบบกัน เพื่อเป็นข้อมูลก่อนการตัดสินใจสำหรับคนที่กำลังหาซื้อเครื่องชงกาแฟไว้ใช้งานสัก 1 เครื่องครับ

เครื่องชงกาแฟแคปซูล (Capsule)

เครื่องชงกาแฟแบบแคปซูล จะมีระบบการทำงานคือนำเมล็ดกาแฟไปบดให้เป็นผงไว้ก่อนแล้วบรรจุไว้ในแคปซูลเพื่อที่จะถนอมความสดของกาแฟไว้ให้ได้ (เนื่องจากกาแฟที่บดแล้วจะสูญเสียความสดอย่างรวดเร็วมาก จะเห็นได้ว่าร้านกาแฟทุกร้านจะบดเมล็ดกาแฟสดแก้วต่อแก้วเท่านั้น และขั้นตอนการบดถือว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งที่ทำให้กาแฟรสชาติดีครับ) เมื่อได้แคปซูลแล้ว ก็ต้องมีเครื่องที่นำมาใช้คู่กัน ซึ่งการใช้งานก็ถือว่าง่าย เพียงใส่แคปซูลลงไปในเครื่อง ตัวเครื่องจะเจาะฝาแคปซูลและผลิตแรงดันน้ำร้อนผ่านแคปซูลออกมาเป็นกาแฟครับ

ข้อดี:

  • ตัวเครื่องราคาไม่แพง (โดยมีราคาตั้งแต่ 5,000 – 19,000 บาท
  • ใช้งานง่าย สะดวก

ข้อเสีย:

  • ถึงเครื่องชงกาแฟแคปซูลจะถูกแต่แคปซูลมีราคาแพง (เฉลี่ยที่ 19 บาท ถึง 40 บาท)
  • ข้อเสียเรื่องความสดของกาแฟแคปซูล (Mr. Dean Merlo ผู้ก่อตั้ง Merlo Coffee เปรียบเทียบไว้ว่า กาแฟแคปซูลเหมือนการทำเสต็กแล้วนำเข้าไปเก็บในตู้เย็น เมื่อจะทานจึงเอาเสต็กมาอุ่นไมโครเวฟทาน)
  • ใช้วัตถุดิบทดแทนนม (นมผงเทียม) สำหรับแคปซูลเมนูกาแฟนมอาทิ Cappuccino และ Café Latte
  • มีข้อจำกัดไม่สามารถเลือกเมล็ดกาแฟต่างๆ ได้ เลือกได้เฉพาะที่บริษัทผู้ผลิตทำมาเท่านั้น
  • มีข้อจำกัดในการปรับแต่งกาแฟ คือไม่สามารถเลือกไปมากกว่าที่เครื่องตั้งมาให้

เหมาะสมกับใคร: เครื่องชงกาแฟระบบแคปซูลเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวกสบายแบบไม่ต้องการปรับแต่งอะไรมาก ตัวเครื่องราคาไม่สูงมาก แต่ต้องแลกกับความสดของกาแฟที่น้อยกว่า และการที่ไม่สามารถเปลี่ยนหรือทดลองกาแฟจากแหล่งต่างๆ นอกจากที่ผู้ผลิตกำหนด และราคาต่อแคปซูลที่สูงกว่าอีกเครื่องแบบอื่นๆ

เครื่องชงกาแฟเอสเพรสโซ่ (Espresso Machine)

นับได้ว่าเป็นระบบการทำกาแฟที่มีอุปกรณ์เยอะมากที่สุดและราคาหลากหลายที่สุด (ตั้งแต่หลักพันถึงหลายแสน) ซึ่งมีวิธีการทำที่ค่อนข้างยุ่งยาก แต่ก็ได้กาแฟที่มีคุณภาพตรงตามที่เราต้องการที่สุด คือเราเป็นคนกำหนดรสชาติทุกอย่าง ทั้งปริมาณกาแฟ ปริมาณน้ำ ระดับการไหลของกาแฟ ระดับความละเอียดของการบดเมล็ดกาแฟ (อันนี้ต้องใช้อุปกรณ์อีกเครื่องซึ่งเรียกว่า เครื่องบดเมล็ด หรือ Grinder อันนี้ก็ราคาหลักพันแต่ถ้าคุณภาพดีๆ ใช้ในบ้านก็หลายหมื่นบาทอยู่ครับ) น้ำหนักในการอัดกาแฟ (Tamping) ทั้งหมดที่กล่าวมามีปัจจัยต่อรสชาติกาแฟทั้งสิ้นครับ

วิธีการทำงานคือ เริ่มจากบดเมล็ดกาแฟจากเครื่องบด (ต้องซื้อแยกต่างหากนะครับ ไม่รวมกับเครื่องเอสเพรสโซ่) นำผงกาแฟใส่ในด้ามจับและฟิลเตอร์กาแฟ (Porta Filter) ) ต่อจากนั้นกดหน้ากาแฟใน Filter ให้เรียบ (ใช้อุปกรณ์เรียกว่า Tamper มักจะมีแถมมาพร้อมกับเครื่อง) นำใส่เครื่องชงกาแฟเอสเพรสโซ่และเริ่มการใช้งาน ดูการไหลของกาแฟให้พอดี สุดท้าย… คุณจะได้เอสเพรสโซ่ออกมาตามชื่อเครื่องครับ หลังจากนั้นคุณสามารถนำกาแฟเอสเพรสโซ่ไปผสมกลายเป็นเมนูอื่นๆ อีกทีหนึ่ง

ข้อดี:

  • ปรับแต่งกาแฟได้อย่างใจ ทำให้ได้กาแฟอย่างที่ต้องการมากที่สุด
  • เป็นงานอดิเรกที่สนุก คุณสามารถเพลิดเพลินกับโลกของกาแฟได้อย่างไม่มีข้อจำกัด รวมถึงคุณสามารถใช้เมล็ดกาแฟจากแหล่งต่างๆ ทั่วโลก หรือกระทั่งเมล็ดกาแฟที่แชมป์โลกคนล่าสุดใช้ก็สามารถทำได้ครับ (ต่างกับ เครื่องแคปซูลอย่างสิ้นเชิง)
  • เป็นกาแฟสดอย่างแท้จริง
  • ราคาต่อแก้วประหยัด โดยที่เราสามารถเลือกวัตถุดิบตามใจเราได้
  • สามารถทำจำนวนได้หลายร้อยแก้วต่อวัน

ข้อเสีย:

  • อุปกรณ์เยอะแล้วขั้นตอนยุ่งยาก ระหว่างทำอาจทำให้เลอะเทอะได้ง่ายๆ รวมถึงขั้นตอนการทำความสะอาดเครื่องหลังใช้งาน
  • คนทำต้องมีประสบการณ์ หรือเรียนรู้มา เพื่อที่จะทำกาแฟออกมาได้อร่อย
  • อุปกรณ์ที่มีคุณภาพดีมีราคาที่สูงมาก (รูปด้านล่างเป็นรูปเครื่องทำเอสเพรสโซ่ Lamarzocco Linea Mini สำหรับใช้ในบ้าน ราคาประมาณ 200,000 บาท แล้วเครื่องบดเมล็ดกาแฟ Mezzer ราคาประมาณ 30,000 บาท)
  • ตัวเครื่องสามารถทำได้แค่เอสเพรสโซ่และการตีฟองนม

เหมาะสมกับใคร: เครื่องชงกาแฟเอสเพรสโซ่เหมาะสมกับผู้ที่ต้องการลงลึกไปในรสชาติของกาแฟ ต้องการการปรับแต่งให้ตรงกับความต้องการของผู้ทำมากที่สุด ร้านกาแฟทุกร้านใช้เครื่องระบบนี้ 100% (ราคามีตั้งแต่ประมาณหลักเกือบแสนถึงเกือบล้านบาทสำหรับเครื่องชงในร้านกาแฟ)เพียงเพื่อต้องการรสชาติของเอสเพรสโซ่ที่ดีที่สุดครับ ข้อเสียคือต้องมีใจรักจริงๆ เพราะต้องเรียนรู้การทำ และมีขั้นตอนยุ่งยากและอุปกรณ์ที่เยอะและราคาที่สูงสำหรับเครื่องคุณภาพ

เครื่องชงกาแฟอัตโนมัติ (Fully Automatic Coffee Machine)

เครื่องชงกาแฟอัตโนมัติ นับได้ว่ามาแรงมากในช่วงนี้เนื่องจากเปรียบเสมือนการนำข้อดีของเครื่องชงกาแฟทั้งสองแบบมารวมกัน คือ สะดวกและยังได้รสชาติกาแฟสดตามที่เราต้องการได้เป็นอย่างดี หลักการทำงานของเครื่องชงกาแฟอัตโนมัติง่ายๆ คือการจำลองการทำงานของเครื่องชงกาแฟเอสเพรสโซ่ทั้งหมดมาเป็นระบบอัตโนมัติ คือเพียงเราตั้งค่าหรือเลือกเมนูที่เราต้องการ ตัวเครื่องจะเริ่มทำการบดกาแฟสด (เป็นการบดแก้วต่อแก้ว จึงได้กาแฟสดอย่างแท้จริง และยังเลือกเมล็ดที่ต้องการได้อย่างอิสระซึ่งต่างกับระบบแคปซูล) หลังจากนั้นจะเริ่มการกลั่นกาแฟ (จำลองหลักการจากเครื่องเอสเพรสโซ่) และเติมส่วนผสมให้เสร็จเรียบร้อย (ซึ่งเครื่องชงกาแฟบางรุ่นสามารถตั้งค่าได้อย่างอิสระและโปรแกรมเป็นกาแฟแก้วโปรดของเราได้ทันที) มีความเสถียรในรสชาติ

ข้อดี:

  • ใช้งานง่ายมาก เพียงเติมน้ำ เติมเมล็ดกาแฟให้เรียบร้อย และกดปุ่มเลือกเมนูที่ต้องการได้ทันที ใครๆ ก็สามารถใช้งานได้ รวมถึงฟังก์ชั่นการทำความสะอาดอัตโนมัติ
  • รวดเร็ว ใช้เวลาไม่เกิน 1 นาที
  • เพลิดเพลินกับเมล็ดกาแฟได้ตามความชอบอย่างไม่มีข้อจำกัด
  • ราคาต่อแก้วถูกกว่าแคปซูลอย่างเป็นนัยยะ
  • ได้ความเป็นกาแฟสดอย่างแท้จริง
  • สามารถเลือกทำเอสเพรสโซ แล้วนำไปทำเป็นเมนูอื่นเช่นเดียวกับเครื่องชงกาแฟเอสเพรสโซ่

ข้อเสีย:

  • ราคาเครื่องสูงกว่าเครื่องชงกาแฟระบบแคปซูล (มีหลายแบรนด์ ซึ่งราคาแตกต่างกันออกไปตั้งหลักหมื่นต้นๆ ถึงหลักแสน)
  • รสชาติอาจด้อยกว่าเครื่องชงกาแฟเอสเพรสโซ่ที่ทำโดยบาริสต้าที่เชี่ยวชาญ
  • จำนวนการทำต่อวันน้อยกว่าเครื่องชงกาแฟเอสเพรสโซ่

เหมาะสมกับใคร: คนที่รักกาแฟสดรสชาติอร่อยแต่ไม่ชอบความยุ่งยากทั้งในบ้านและออฟฟิศที่มีคู่ค้ามาเยี่ยม, จัดประชุม, หรือเป็นจุดเติมพลังให้พนักงาน ทำเมนูได้ทุกเมนูคลาสสิคตามความชอบของผู้ดื่ม (ฟังก์ชั่นนี้ขึ้นอยู่กับรุ่น) เพียงกดปุ่มเดียว ราคาเครื่องอาจสูงกว่าเครื่องชงกาแฟแบบแคปซูลและเครื่องชงกาแฟเอสเพรสโซ่บางชนิด แต่ได้ความสดของกาแฟอย่างแท้จริงและไม่มีข้อจำกัดในการเลือกเมล็ดกาแฟที่คุณชอบ รวมถึงราคาต่อแก้วที่ถูกกว่าเครื่องชงกาแฟแบบแคปซูล

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ สำหรับเครื่องชงกาแฟทั้ง 3 แบบ คงเป็นข้อมูลให้ตัดสินใจกันได้บ้างไม่มากก็น้อยนะครับ

แล้วถ้าคุณสนใจเครื่องชงกาแฟอัตโนมัติคุณภาพดี (การันตีเรื่องรสชาติโดยเชฟโทนี่ และน้องเกรซ กาญจน์เกล้า) ในราคาที่คุ้มค่าที่สุดในท้องตลาด อย่าลืมมาลองชิมกาแฟจากเครื่องกาแฟอัตโนมัติ Coffee Press ของเรานะครับ เรามีทีมงานที่พร้อมบริการในการให้ข้อมูลแก่ผู้ที่สนใจและดูแลลูกค้าทุกท่านครับ

No Comments

Post a Comment